การเลือกประกันอัคคีภัยบ้านไม่ควรมองแค่ราคาเบี้ย แต่ควรเปรียบเทียบวงเงินความคุ้มครองในหมวดสำคัญ ๆ ไปพร้อมกัน บทความนี้จะแนะนำวิธีเปรียบเทียบอย่างเป็นระบบ
จุดที่ควรเปรียบเทียบก่อนเลือกแผน
- เบี้ยประกัน: ราคาต่อปีรวมภาษีและอากร
- วงเงินสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินภายในบ้าน: เพียงพอต่อมูลค่าจริงหรือไม่
- วงเงินน้ำท่วม: คุ้มครองเท่าไร และมีระยะเวลารอคอยกี่วัน
- วงเงินโจรกรรม: คุ้มครองเท่าไร
- ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก: วงเงินเท่าไร
- ค่าเช่าที่พักชั่วคราว: คุ้มครองอย่างไร
ตัวอย่างเปรียบเทียบ Master Home กับ Perfect Home
| รายการ | Master Home แผน 1 | Perfect Home |
|---|---|---|
| เบี้ยตัวอย่างต่อปี | 2,990.65 บาท | 5,500.87 บาท |
| วงเงินโจรกรรม | 50,000 บาท | 200,000 บาท |
| ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก | 500,000 บาท | 1,000,000 บาท |
| ค่าเช่าที่พักชั่วคราว | สูงสุด 50,000 บาท ตามเงื่อนไข | สูงสุด 100,000 บาท ตามเงื่อนไข |
ตัวเลขทั้งหมดเป็นข้อมูลจากใบเสนอราคาตัวอย่างเท่านั้น ไม่ใช่ราคาหรือวงเงินมาตรฐานสำหรับบ้านทุกหลัง
สิ่งที่ทั้งสองแผนเหมือนกัน
ทั้งสองแผนมีวงเงินสิ่งปลูกสร้าง 1,500,000 บาท ทรัพย์สินภายในบ้าน 500,000 บาท และวงเงินภัยน้ำท่วม 20,000 บาท (รอคอย 7 วัน) เท่ากัน ดังนั้นจุดที่ต้องตัดสินใจคือวงเงินเพิ่มเติมในหมวดโจรกรรม บุคคลภายนอก และค่าที่พักชั่วคราว
ควรเลือกแผนไหน
- เริ่มต้นด้วยเบี้ยประหยัด: เลือก Master Home แผน 1
- ต้องการวงเงินเพิ่มเติมหลายหมวด: เลือก Perfect Home
ดูรายละเอียดและเปรียบเทียบแบบละเอียดได้ที่ หน้าเปรียบเทียบประกันบ้าน หรือดูรายละเอียดแต่ละแผนที่ แผน Master Home และ แผน Perfect Home
สรุป
วิธีเลือกประกันบ้านคือเปรียบเทียบทั้งเบี้ยและวงเงินความคุ้มครองในหมวดสำคัญ ไม่ใช่ดูแค่ราคาถูกที่สุด หากต้องการให้ทีมงานช่วยเปรียบเทียบและแนะนำ ส่งข้อมูลได้ที่ หน้าประกันอัคคีภัยบ้าน
