Insurance Guide• 5 min read

ประกันรถสาธารณะ ชั้น 1 (Grab/Bolt/รับจ้าง) ราคาเท่าไหร่ ต้องใช้อะไรบ้าง

PrakanEV

2026-09-18

ประกันรถสาธารณะ ชั้น 1 (Grab/Bolt/รับจ้าง) ราคาเท่าไหร่ ต้องใช้อะไรบ้าง

หนึ่งในคำถามยอดฮิตของคนที่ขับรถ Grab, Bolt หรือรถรับจ้าง คือ "ต้องใช้ประกันแบบไหนถึงจะถูกกฎหมาย และเบี้ยประกันรถสาธารณะชั้น 1 ราคาเท่าไหร่?" เพราะประกันรถส่วนบุคคลธรรมดา (รหัส 110) ไม่ครอบคลุมการรับจ้างขนส่งผู้โดยสาร หากเกิดอุบัติเหตุระหว่างวิ่งงาน บริษัทประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธการจ่าย

บทความนี้ PrakanEV จะอธิบายให้ชัด ๆ ว่าคนขับ Grab/Bolt ต้องใช้ประกันแบบไหน ต่างจากรถส่วนบุคคลอย่างไร ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง และวิธีเช็คเบี้ยฟรีครับ

ผู้จัดทำ: ทีมงาน PrakanEV

อัปเดตล่าสุด: กันยายน 2569

ประเภทบทความ: ประกันภัยรถรับจ้างสาธารณะและรถเชิงพาณิชย์

แหล่งข้อมูล: ข้อกำหนดการสมัครผู้ขับขี่ Grab/Bolt ในประเทศไทย, หลักเกณฑ์การรับประกันภัยรถยนต์เชิงพาณิชย์ และข้อมูลบริษัทประกันภัยพันธมิตร

สารบัญเนื้อหา

ทำไมรถรับจ้างต้องใช้ประกันคนละแบบกับรถส่วนบุคคล?

ประกันรถยนต์ส่วนบุคคล (รหัส 110) ถูกออกแบบมาสำหรับ การใช้งานส่วนตัวเท่านั้น หากนำรถไปวิ่งรับจ้างส่งผู้โดยสารผ่านแอป Grab หรือ Bolt แล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น บริษัทประกันสามารถ ปฏิเสธความคุ้มครองหรือชดเชยน้อยลง ได้ เพราะถือว่าผิดเงื่อนไขการรับประกัน (ใช้งานผิดประเภท)

⚠️ ความเสี่ยงที่คนมักมองข้าม: หลายคนใช้ประกันรหัส 110 วิ่ง Grab ต่อ เพราะคิดว่า "น่าจะเคลมได้" แต่พอเกิดเหตุจริงกลับเคลมไม่ได้ จ่ายเองเต็มจำนวนทั้งค่ารถและค่าผู้โดยสาร — เสียหายหนักกว่าค่าเบี้ยที่ประหยัดได้มาก

วิธีที่ถูกต้องคือเปลี่ยนไปใช้ ประกันรถเชิงพาณิชย์ (รหัส 320) หรือ ประกันรถสาธารณะ (รหัส 330) ตามประเภทการใช้งาน ซึ่งครอบคลุมการรับจ้างอย่างถูกกฎหมายครับ

ประกันรหัส 320 / 330 คืออะไร ต่างกันยังไง

กรมธรรม์รถรับจ้างแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักตามลักษณะการใช้งาน:

รหัสกรมธรรม์ ประเภทการใช้งาน เหมาะกับใคร
110 รถยนต์ส่วนบุคคล ใช้งานส่วนตัวทั่วไป (ห้ามวิ่งรับจ้าง)
320 รถยนต์ใช้เพื่อการพาณิชย์ (เชิงพาณิชย์) GrabCar / Bolt / รถรับจ้างทั่วไป
330 รถสาธารณะ / แท็กซี่ แท็กซี่ป้ายเหลือง (รวมแท็กซี่ไฟฟ้า)

สรุปง่าย ๆ คือ รถที่วิ่งรับจ้างผ่านแอปต้องเปลี่ยนรหัสจาก 110 เป็น 320 ส่วนรถแท็กซี่ป้ายเหลืองใช้ 330 เพื่อให้กรมธรรม์ถูกต้องและเคลมได้จริงครับ

คนขับ Grab/Bolt ต้องเตรียมอะไรบ้าง

ก่อนเริ่มวิ่งรับจ้าง ควรเตรียมเอกสารและคุณสมบัติให้ครบตามที่แอปกำหนด (แต่ละแอปอาจมีเงื่อนไขต่างกันเล็กน้อย):

  • ใบขับขี่: ใบขับขี่ส่วนบุคคล หรือใบขับขี่สาธารณะ (สำหรับรถสาธารณะ/แท็กซี่)
  • ทะเบียนรถ: รถส่วนบุคคล (สำหรับ GrabCar/Bolt) หรือป้ายเหลือง (สำหรับแท็กซี่)
  • พ.ร.บ. รถยนต์: ประกันภาคบังคับที่ต้องมี (ต่ออายุให้ไม่ขาด)
  • ประกันภาคสมัครใจ: ควรเป็นชั้น 1 ที่ระบุใช้เชิงพาณิชย์ (รหัส 320/330)
  • เอกสารยืนยันตัวตน: บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และรูปถ่ายตามที่แอปกำหนด

💡 เคล็ดลับ: อย่ารอให้สมัครแอปแล้วค่อยหาประกัน ควรคุยกับโบรกเกอร์ที่เชี่ยวชาญรถรับจ้างตั้งแต่ต้น เพราะการเปลี่ยนรหัสกรมธรรม์จาก 110 เป็น 320/330 มีขั้นตอนเฉพาะ และบางกรณีต้องแจ้งบริษัทประกันล่วงหน้า

ขับรถ EV วิ่ง Grab ได้ไหม? ต้องทำอะไรบ้าง

ได้ครับ และกำลังเป็นเทรนด์ยอดนิยม เพราะรถ EV ประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ชัดเจน ทำให้ต้นทุนต่อกิโลเมตรต่ำกว่ารถน้ำมันมาก เหมาะกับคนที่วิ่งงานทั้งวัน

แต่สิ่งที่ต้องระวังเพิ่มเติมคือ ต้องเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นรหัส 320/330 เช่นกัน และควรเลือกประกันชั้น 1 ที่คุ้มครองแบตเตอรี่ เพราะวิ่งระยะทางเยอะ โอกาสเกิดเหตุและความเสี่ยงต่อแบตเตอรี่ก็สูงขึ้น

ดูรายละเอียดประกันรถ EV สำหรับวิ่ง Grab/Bolt ได้ที่หน้า ประกันรถ Grab, Bolt และรถรับจ้าง โดยตรงครับ

เบี้ยประกันรถรับจ้างเท่าไหร่ ปัจจัยอะไรบ้าง

เบี้ยประกันรถรับจ้าง (รหัส 320/330) โดยทั่วไป สูงกว่ารถส่วนบุคคล เพราะความเสี่ยงในการใช้งานสูงกว่า (วิ่งเยอะกว่า อยู่ในรถนานกว่า และมีผู้โดยสารเกี่ยวข้อง) ปัจจัยหลักที่มีผลต่อเบี้ย ได้แก่:

  • ประเภทและขนาดรถ: รถใหญ่/รถ EV ราคาสูง เบี้ยก็สูงตาม
  • ประวัติการขับและเคลม: ประวัติสะอาด เบี้ยถูกลง (มีส่วนลด NCB)
  • ทุนประกัน: ตั้งทุนประกันสูง เบี้ยสูงขึ้น
  • ชั่วโมง/ระยะทางใช้งาน: ยิ่งวิ่งเยอะ ยิ่งประเมินความเสี่ยงสูง
  • จำนวนรถ (กรณีฟลีท): มีรถหลายคัน รวมเป็นฟลีทได้ส่วนลดเพิ่ม

เพราะเบี้ยขึ้นกับหลายปัจจัยมาก วิธีที่ดีที่สุดคือให้เจ้าหน้าที่ประเมินให้เป็นรายคัน โดยแจ้งประเภทรถ รุ่น ปี และลักษณะการใช้งานไปครับ

เช็คเบี้ยประกันรถรับจ้างฟรี กับ PrakanEV

PrakanEV รับทำประกันรถรับจ้างครบทั้ง รถไฟฟ้า (EV) และรถน้ำมัน ทั้งรหัส 320 (Grab/Bolt/รับจ้าง) และ 330 (แท็กซี่ป้ายเหลือง) โดยทีมที่เชี่ยวชาญรถเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ ช่วยให้เปลี่ยนรหัสกรมธรรม์ถูกต้อง เคลมได้จริง

🚀 พร้อมวิ่งงานอย่างถูกกฎหมาย:

อย่าเสี่ยงวิ่งรับจ้างด้วยประกันผิดประเภท — เช็คเบี้ยประกันรถรับจ้างฟรี ได้เลย หรือทัก LINE ส่งรูปรถมาให้เจ้าหน้าที่ประเมินทันที

หากเป็นบริษัทที่มีรถหลายคันวิ่งงาน ดูเพิ่มเติมได้ที่ ประกันฟลีทรถบริษัท เพื่อรวมกรมธรรม์และรับส่วนลดกลุ่มครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องประกันรถรับจ้าง

ใช้ประกันส่วนบุคคลวิ่ง Grab ได้ไหม?

ไม่ได้ครับ ประกันส่วนบุคคล (รหัส 110) ไม่ครอบคลุมการรับจ้าง หากเกิดอุบัติเหตุระหว่างวิ่งงาน บริษัทประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธการจ่าย ควรเปลี่ยนเป็นรหัส 320 (เชิงพาณิชย์) หรือ 330 (สาธารณะ) ให้ถูกต้องครับ

ประกันรหัส 320 กับ 330 ต่างกันยังไง?

รหัส 320 คือประกันรถใช้เพื่อการพาณิชย์ เหมาะกับ GrabCar/Bolt/รถรับจ้างทั่วไป ส่วนรหัส 330 คือประกันรถสาธารณะ/แท็กซี่ (ป้ายเหลือง) เลือกให้ตรงกับประเภทการใช้งานของรถครับ

ขับรถ EV วิ่ง Grab ต้องใช้ประกันแบบไหน?

ใช้ประกันรหัส 320/330 เช่นเดียวกับรถน้ำมัน แต่ควรเลือกแผนที่คุ้มครองแบตเตอรี่สูง เพราะวิ่งระยะทางเยอะ โอกาสเกิดเหตุและความเสี่ยงต่อแบตเตอรี่สูงขึ้น แนะนำปรึกษาทีมที่เชี่ยวชาญรถ EV เชิงพาณิชย์ครับ

เบี้ยประกันรถรับจ้างแพงกว่ารถส่วนบุคคลไหม?

โดยทั่วไปแพงกว่า เพราะความเสี่ยงการใช้งานสูงกว่า (วิ่งเยอะ มีผู้โดยสาร) แต่ราคาแท้จริงขึ้นกับประเภทรถ ปีรถ ประวัติการขับ และทุนประกัน ควรให้เจ้าหน้าที่ประเมินเป็นรายคันครับ

วิ่ง Grab/Bolt อยู่? เช็คเบี้ยประกันให้ถูกต้องก่อนสาย!

📸 ทักแชท ส่งรูปรถมาเช็คเบี้ยฟรี! (คลิกเลย)

ก่อนตัดสินใจซื้อ ลองเปรียบเทียบประกันรถ EV จากหลายบริษัทที่หน้าแรกของเรา จะได้เห็นทั้งเบี้ยและความคุ้มครองพร้อมกันในที่เดียว

สนใจทำประกัน หรือมีข้อสงสัย?

ทักมาคุยกับผู้เชี่ยวชาญของ PrakanEV ได้เลยครับ เราพร้อมดูแลและให้คำแนะนำฟรี ตลอด 24 ชม.

แชร์บทความ