หนึ่งในคำถามยอดฮิตของคนที่ขับรถ Grab, Bolt หรือรถรับจ้าง คือ "ต้องใช้ประกันแบบไหนถึงจะถูกกฎหมาย และเบี้ยประกันรถสาธารณะชั้น 1 ราคาเท่าไหร่?" เพราะประกันรถส่วนบุคคลธรรมดา (รหัส 110) ไม่ครอบคลุมการรับจ้างขนส่งผู้โดยสาร หากเกิดอุบัติเหตุระหว่างวิ่งงาน บริษัทประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธการจ่าย
บทความนี้ PrakanEV จะอธิบายให้ชัด ๆ ว่าคนขับ Grab/Bolt ต้องใช้ประกันแบบไหน ต่างจากรถส่วนบุคคลอย่างไร ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง และวิธีเช็คเบี้ยฟรีครับ
ผู้จัดทำ: ทีมงาน PrakanEV
อัปเดตล่าสุด: กันยายน 2569
ประเภทบทความ: ประกันภัยรถรับจ้างสาธารณะและรถเชิงพาณิชย์
แหล่งข้อมูล: ข้อกำหนดการสมัครผู้ขับขี่ Grab/Bolt ในประเทศไทย, หลักเกณฑ์การรับประกันภัยรถยนต์เชิงพาณิชย์ และข้อมูลบริษัทประกันภัยพันธมิตร
สารบัญเนื้อหา
- ทำไมรถรับจ้างต้องใช้ประกันคนละแบบกับรถส่วนบุคคล?
- ประกันรหัส 320 / 330 คืออะไร ต่างกันยังไง
- คนขับ Grab/Bolt ต้องเตรียมอะไรบ้าง
- ขับรถ EV วิ่ง Grab ได้ไหม? ต้องทำอะไรบ้าง
- เบี้ยประกันรถรับจ้างเท่าไหร่ ปัจจัยอะไรบ้าง
- เช็คเบี้ยประกันรถรับจ้างฟรี กับ PrakanEV
ทำไมรถรับจ้างต้องใช้ประกันคนละแบบกับรถส่วนบุคคล?
ประกันรถยนต์ส่วนบุคคล (รหัส 110) ถูกออกแบบมาสำหรับ การใช้งานส่วนตัวเท่านั้น หากนำรถไปวิ่งรับจ้างส่งผู้โดยสารผ่านแอป Grab หรือ Bolt แล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น บริษัทประกันสามารถ ปฏิเสธความคุ้มครองหรือชดเชยน้อยลง ได้ เพราะถือว่าผิดเงื่อนไขการรับประกัน (ใช้งานผิดประเภท)
⚠️ ความเสี่ยงที่คนมักมองข้าม: หลายคนใช้ประกันรหัส 110 วิ่ง Grab ต่อ เพราะคิดว่า "น่าจะเคลมได้" แต่พอเกิดเหตุจริงกลับเคลมไม่ได้ จ่ายเองเต็มจำนวนทั้งค่ารถและค่าผู้โดยสาร — เสียหายหนักกว่าค่าเบี้ยที่ประหยัดได้มาก
วิธีที่ถูกต้องคือเปลี่ยนไปใช้ ประกันรถเชิงพาณิชย์ (รหัส 320) หรือ ประกันรถสาธารณะ (รหัส 330) ตามประเภทการใช้งาน ซึ่งครอบคลุมการรับจ้างอย่างถูกกฎหมายครับ
ประกันรหัส 320 / 330 คืออะไร ต่างกันยังไง
กรมธรรม์รถรับจ้างแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักตามลักษณะการใช้งาน:
| รหัสกรมธรรม์ | ประเภทการใช้งาน | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|
| 110 | รถยนต์ส่วนบุคคล | ใช้งานส่วนตัวทั่วไป (ห้ามวิ่งรับจ้าง) |
| 320 | รถยนต์ใช้เพื่อการพาณิชย์ (เชิงพาณิชย์) | GrabCar / Bolt / รถรับจ้างทั่วไป |
| 330 | รถสาธารณะ / แท็กซี่ | แท็กซี่ป้ายเหลือง (รวมแท็กซี่ไฟฟ้า) |
สรุปง่าย ๆ คือ รถที่วิ่งรับจ้างผ่านแอปต้องเปลี่ยนรหัสจาก 110 เป็น 320 ส่วนรถแท็กซี่ป้ายเหลืองใช้ 330 เพื่อให้กรมธรรม์ถูกต้องและเคลมได้จริงครับ
คนขับ Grab/Bolt ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ก่อนเริ่มวิ่งรับจ้าง ควรเตรียมเอกสารและคุณสมบัติให้ครบตามที่แอปกำหนด (แต่ละแอปอาจมีเงื่อนไขต่างกันเล็กน้อย):
- ใบขับขี่: ใบขับขี่ส่วนบุคคล หรือใบขับขี่สาธารณะ (สำหรับรถสาธารณะ/แท็กซี่)
- ทะเบียนรถ: รถส่วนบุคคล (สำหรับ GrabCar/Bolt) หรือป้ายเหลือง (สำหรับแท็กซี่)
- พ.ร.บ. รถยนต์: ประกันภาคบังคับที่ต้องมี (ต่ออายุให้ไม่ขาด)
- ประกันภาคสมัครใจ: ควรเป็นชั้น 1 ที่ระบุใช้เชิงพาณิชย์ (รหัส 320/330)
- เอกสารยืนยันตัวตน: บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และรูปถ่ายตามที่แอปกำหนด
💡 เคล็ดลับ: อย่ารอให้สมัครแอปแล้วค่อยหาประกัน ควรคุยกับโบรกเกอร์ที่เชี่ยวชาญรถรับจ้างตั้งแต่ต้น เพราะการเปลี่ยนรหัสกรมธรรม์จาก 110 เป็น 320/330 มีขั้นตอนเฉพาะ และบางกรณีต้องแจ้งบริษัทประกันล่วงหน้า
ขับรถ EV วิ่ง Grab ได้ไหม? ต้องทำอะไรบ้าง
ได้ครับ และกำลังเป็นเทรนด์ยอดนิยม เพราะรถ EV ประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ชัดเจน ทำให้ต้นทุนต่อกิโลเมตรต่ำกว่ารถน้ำมันมาก เหมาะกับคนที่วิ่งงานทั้งวัน
แต่สิ่งที่ต้องระวังเพิ่มเติมคือ ต้องเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นรหัส 320/330 เช่นกัน และควรเลือกประกันชั้น 1 ที่คุ้มครองแบตเตอรี่ เพราะวิ่งระยะทางเยอะ โอกาสเกิดเหตุและความเสี่ยงต่อแบตเตอรี่ก็สูงขึ้น
ดูรายละเอียดประกันรถ EV สำหรับวิ่ง Grab/Bolt ได้ที่หน้า ประกันรถ Grab, Bolt และรถรับจ้าง โดยตรงครับ
เบี้ยประกันรถรับจ้างเท่าไหร่ ปัจจัยอะไรบ้าง
เบี้ยประกันรถรับจ้าง (รหัส 320/330) โดยทั่วไป สูงกว่ารถส่วนบุคคล เพราะความเสี่ยงในการใช้งานสูงกว่า (วิ่งเยอะกว่า อยู่ในรถนานกว่า และมีผู้โดยสารเกี่ยวข้อง) ปัจจัยหลักที่มีผลต่อเบี้ย ได้แก่:
- ประเภทและขนาดรถ: รถใหญ่/รถ EV ราคาสูง เบี้ยก็สูงตาม
- ประวัติการขับและเคลม: ประวัติสะอาด เบี้ยถูกลง (มีส่วนลด NCB)
- ทุนประกัน: ตั้งทุนประกันสูง เบี้ยสูงขึ้น
- ชั่วโมง/ระยะทางใช้งาน: ยิ่งวิ่งเยอะ ยิ่งประเมินความเสี่ยงสูง
- จำนวนรถ (กรณีฟลีท): มีรถหลายคัน รวมเป็นฟลีทได้ส่วนลดเพิ่ม
เพราะเบี้ยขึ้นกับหลายปัจจัยมาก วิธีที่ดีที่สุดคือให้เจ้าหน้าที่ประเมินให้เป็นรายคัน โดยแจ้งประเภทรถ รุ่น ปี และลักษณะการใช้งานไปครับ
เช็คเบี้ยประกันรถรับจ้างฟรี กับ PrakanEV
PrakanEV รับทำประกันรถรับจ้างครบทั้ง รถไฟฟ้า (EV) และรถน้ำมัน ทั้งรหัส 320 (Grab/Bolt/รับจ้าง) และ 330 (แท็กซี่ป้ายเหลือง) โดยทีมที่เชี่ยวชาญรถเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ ช่วยให้เปลี่ยนรหัสกรมธรรม์ถูกต้อง เคลมได้จริง
อย่าเสี่ยงวิ่งรับจ้างด้วยประกันผิดประเภท — เช็คเบี้ยประกันรถรับจ้างฟรี ได้เลย หรือทัก LINE ส่งรูปรถมาให้เจ้าหน้าที่ประเมินทันที
หากเป็นบริษัทที่มีรถหลายคันวิ่งงาน ดูเพิ่มเติมได้ที่ ประกันฟลีทรถบริษัท เพื่อรวมกรมธรรม์และรับส่วนลดกลุ่มครับ
📚 บทความที่เกี่ยวข้อง:
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องประกันรถรับจ้าง
ใช้ประกันส่วนบุคคลวิ่ง Grab ได้ไหม?
ไม่ได้ครับ ประกันส่วนบุคคล (รหัส 110) ไม่ครอบคลุมการรับจ้าง หากเกิดอุบัติเหตุระหว่างวิ่งงาน บริษัทประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธการจ่าย ควรเปลี่ยนเป็นรหัส 320 (เชิงพาณิชย์) หรือ 330 (สาธารณะ) ให้ถูกต้องครับ
ประกันรหัส 320 กับ 330 ต่างกันยังไง?
รหัส 320 คือประกันรถใช้เพื่อการพาณิชย์ เหมาะกับ GrabCar/Bolt/รถรับจ้างทั่วไป ส่วนรหัส 330 คือประกันรถสาธารณะ/แท็กซี่ (ป้ายเหลือง) เลือกให้ตรงกับประเภทการใช้งานของรถครับ
ขับรถ EV วิ่ง Grab ต้องใช้ประกันแบบไหน?
ใช้ประกันรหัส 320/330 เช่นเดียวกับรถน้ำมัน แต่ควรเลือกแผนที่คุ้มครองแบตเตอรี่สูง เพราะวิ่งระยะทางเยอะ โอกาสเกิดเหตุและความเสี่ยงต่อแบตเตอรี่สูงขึ้น แนะนำปรึกษาทีมที่เชี่ยวชาญรถ EV เชิงพาณิชย์ครับ
เบี้ยประกันรถรับจ้างแพงกว่ารถส่วนบุคคลไหม?
โดยทั่วไปแพงกว่า เพราะความเสี่ยงการใช้งานสูงกว่า (วิ่งเยอะ มีผู้โดยสาร) แต่ราคาแท้จริงขึ้นกับประเภทรถ ปีรถ ประวัติการขับ และทุนประกัน ควรให้เจ้าหน้าที่ประเมินเป็นรายคันครับ
วิ่ง Grab/Bolt อยู่? เช็คเบี้ยประกันให้ถูกต้องก่อนสาย!
📸 ทักแชท ส่งรูปรถมาเช็คเบี้ยฟรี! (คลิกเลย)ก่อนตัดสินใจซื้อ ลองเปรียบเทียบประกันรถ EV จากหลายบริษัทที่หน้าแรกของเรา จะได้เห็นทั้งเบี้ยและความคุ้มครองพร้อมกันในที่เดียว
