EV Insurance Directory

All EV Car Brands

Comprehensive collection of Class 1 insurance plans for all EV models in Thailand.
Check prices and compare coverage instantly.

ประกันรถไฟฟ้า (EV Insurance) คืออะไร?

ประกันรถไฟฟ้า (EV Insurance) เป็นประกันภัยรถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะ เช่น ระบบแบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ไฟฟ้า ระบบชาร์จไฟ และอะไหล่เฉพาะทางที่มีมูลค่าสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป

ปัจจุบันรถ EV ยอดนิยมในประเทศไทย เช่น BYD, Tesla, MG, AION, Changan, XPENG, DENZA และ Geely ต่างมีค่าอะไหล่และต้นทุนการซ่อมที่แตกต่างกัน การเลือกประกันที่เหมาะสมจึงช่วยลดความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

บทความนี้จัดทำโดย

ทีมงาน PrakanEV

อัปเดตล่าสุด: มิถุนายน 2569 • ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันและข้อมูลรถ EV ในประเทศไทย

แบรนด์รถไฟฟ้ายอดนิยมในประเทศไทย

BYD

ผู้นำตลาดรถ EV ในไทย ที่มีรุ่นฮิตอย่าง Atto 3, Dolphin และ Seal การเลือกประกันที่เข้าใจระบบแบตเตอรี่ Blade Battery จะช่วยให้คุณมั่นใจในทุกเส้นทาง

Tesla

นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำ ทั้ง Model 3 และ Model Y ควรเลือกประกันที่ครอบคลุมความเสี่ยงของเทคโนโลยี Autopilot และมีเครือข่ายอู่ซ่อมที่ได้มาตรฐาน

MG

แบรนด์รถไฟฟ้าที่เข้าถึงง่ายและได้รับความนิยมสูง เช่น MG4, MG EP และ MG ZS EV เปรียบเทียบประกันเพื่อหาศูนย์ซ่อมตัวถังที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

AION

รถไฟฟ้าที่โดดเด่นเรื่องพื้นที่ใช้สอยและความคุ้มค่าอย่าง AION Y Plus ค้นหาเบี้ยประกันที่ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับครอบครัวยุคใหม่

Changan

ล้ำหน้าด้วยดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมจากค่าย Changan เช็คเบี้ยประกันชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองระบบเซนเซอร์และเทคโนโลยีรอบคันอย่างเต็มที่

XPENG

ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่เน้นเทคโนโลยีล้ำยุค เปรียบเทียบประกันที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อรองรับระบบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์สเปกสูง

DENZA

แบรนด์รถตู้และ SUV ระดับพรีเมียมหรูหรา ที่ต้องการการดูแลระดับ VIP ค้นหาประกันรถไฟฟ้าที่ให้ทุนประกันสูงและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินระดับท็อป

Geely

ยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรมระดับโลก เช็คเบี้ยประกันที่ครอบคลุมทุกความเสี่ยงเพื่อความอุ่นใจในทุกการเดินทาง

NETA

รถไฟฟ้า City Car ขวัญใจคนเมืองอย่าง NETA V โดดเด่นเรื่องความคล่องตัว เลืิอกประกันชั้น 1 ที่คุ้มค่าในราคาสบายกระเป๋าสำหรับมือใหม่ขับ EV

Deepal

แบรนด์ภายใต้ Changan ที่จัดเต็มทั้งรุ่น L07 และ S07 เน้นความสปอร์ตขั้นสุด เลือกประกันที่ดูแลครอบคลุมตั้งแต่มอเตอร์ไฟฟ้าไปจนถึงแบตเตอรี่

ประกันรถ EV รุ่นยอดนิยม

เลือกประกันรถไฟฟ้าอย่างไร?

1
ดูความคุ้มครองแบตเตอรี่: ตรวจสอบเงื่อนไขว่าคุ้มครองกรณีแบตเตอรี่เสื่อมสภาพจากการเกิดอุบัติเหตุ หรือการกระแทกใต้ท้องรถ 100% หรือไม่ รวมถึงนโยบายการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่
2
ดูทุนประกัน: เลือกระดับทุนประกันให้สอดคล้องกับมูลค่ารถ เนื่องจากรถ EV มีการปรับเปลี่ยนราคาตามกลไกตลาดบ่อยครั้ง ควรเลือกทุนประกันที่ครอบคลุมมูลค่าปัจจุบันมากที่สุด
3
ดูเงื่อนไขน้ำท่วม: เนื่องจากรถไฟฟ้ามีระบบไฟแรงดันสูงและแบตเตอรี่อยู่ที่พื้นรถ ควรตรวจสอบความคุ้มครองกรณียานพาหนะเจอน้ำท่วมขัง และข้อควรระวังเรื่องระดับน้ำในการขับขี่
4
ดูศูนย์ซ่อม: ตรวจสอบรายชื่ออู่ห้าง หรืออู่ซ่อมที่ได้รับการรับรองจากแบรนด์รถ (EV Certified Body Shop) ว่าอยู่ในเครือข่ายของบริษัทประกันหรือไม่
5
ดูบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน: ตรวจสอบบริการรถสไลด์ฟรีกรณีแบตเตอรี่หมดฉุกเฉินกลางทาง หรือบริการตู้ชาร์จแบบเคลื่อนที่ เพื่อความอุ่นใจตลอด 24 ชั่วโมง

ประสบการณ์จริงของเจ้าของรถ EV ในประเทศไทย

จากการเก็บข้อมูลลูกค้าของ PrakanEV และอินไซต์จากกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าจริงในไทยกว่าหลายพันคัน เราพบข้อมูลที่น่าสนใจจากการใช้งานจริงบนท้องถนน ซึ่งแตกต่างจากความเชื่อเดิมๆ และช่วยคลายความกังวลให้กับผู้ที่กำลังตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ EV ได้ดังนี้:

✔️ ค่าเช็คระยะต่ำกว่ารถน้ำมันชัดเจน

ผู้ใช้จริงยืนยันว่าการเข้าศูนย์บริการ (Maintenance) มีค่าใช้จ่ายถูกกว่ามาก เนื่องจากไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ไส้กรอง หรือหัวเทียน ส่วนใหญ่เป็นการเช็คระบบซอฟต์แวร์และเติมน้ำยาแอร์เท่านั้น

✔️ ค่าไฟถูกกว่าค่าน้ำมันหลายเท่า

การชาร์จไฟที่บ้าน (Home Charging) โดยเฉพาะช่วง Off-Peak (TOU) ทำให้ต้นทุนค่าเดินทางเฉลี่ยเหลือเพียง 0.5 - 1 บาทต่อกิโลเมตร ซึ่งประหยัดกว่ารถน้ำมัน 3-4 เท่าตัว

⚠️ ยางหมดเร็วกว่าที่คิด

เนื่องจากรถ EV มีน้ำหนักแบตเตอรี่ที่ค่อนข้างมาก และมอเตอร์ไฟฟ้ามีแรงบิดสูง (ทอร์คจัด) ตั้งแต่เหยียบคันเร่ง ทำให้หน้ายางสึกหรอเร็วกว่าปกติ ผู้ใช้จริงแนะนำให้เตรียมงบสำหรับเปลี่ยนยางเร็วกว่ารถสันดาป

⚠️ ความกังวลเรื่องแบตเตอรี่ลดลง

"Range Anxiety" หรือความกังวลว่าแบตจะหมดกลางทางมักเกิดกับมือใหม่เท่านั้น เมื่อใช้งานจริงและเรียนรู้จุดชาร์จสาธารณะที่เพิ่มขึ้น รวมถึงมีประกันที่คุ้มครองกรณีฉุกเฉิน ความกังวลนี้จะหายไปแทบทั้งหมด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับประกันรถ EV

รถไฟฟ้าต้องซื้อประกันชั้น 1 ไหม?

แนะนำอย่างยิ่งครับ เนื่องจากรถ EV มีเทคโนโลยีและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ราคาสูง โดยเฉพาะแบตเตอรี่ หากเกิดอุบัติเหตุแม้เพียงเล็กน้อย ค่าซ่อมอาจสูงกว่ารถยนต์ทั่วไปหลายเท่าตัว ประกันชั้น 1 จึงตอบโจทย์ที่สุด

ประกันรถไฟฟ้าแพงกว่ารถน้ำมันไหม?

โดยเฉลี่ยแล้วเบี้ยประกันรถ EV อาจสูงกว่ารถยนต์สันดาปในระดับเดียวกันประมาณ 10-20% เนื่องจากต้นทุนของแบตเตอรี่แรงดันสูงและอะไหล่เฉพาะทางมีราคาค่อนข้างสูง รวมถึงจำนวนศูนย์บริการอู่ซ่อมที่เชี่ยวชาญยังมีจำกัด

ประกัน EV คุ้มครองแบตเตอรี่หรือไม่?

คุ้มครองครับ ประกันภัยชั้น 1 ส่วนใหญ่จะให้ความคุ้มครองความเสียหายของแบตเตอรี่ที่เกิดจากอุบัติเหตุ แต่อาจมีเงื่อนไขเรื่องการหักค่าเสื่อมราคาของแบตเตอรี่ตามอายุการใช้งาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละบริษัทประกัน

แบตเตอรี่ EV เสื่อมตามการใช้งาน เคลมได้ไหม?

ประกันรถยนต์จะไม่คุ้มครองการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา (Degradation) ครับ แต่ในส่วนนี้มักจะได้รับการรับประกัน (Warranty) จากทางแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์โดยตรง เช่น รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กม.

รถ EV น้ำท่วมเคลมได้ไหม? น้ำท่วมลึกแค่ไหน?

ประกันชั้น 1 คุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติรวมถึงน้ำท่วมครับ อย่างไรก็ตาม ผู้ขับขี่ไม่ควรตั้งใจขับลุยน้ำในระดับที่ลึกเกินกว่าสเปกที่คู่มือประจำรถระบุไว้ (มักจะแนะนำไม่เกินระดับครึ่งล้อ) หากจงใจลุยน้ำท่วมขังลึกอาจมีผลต่อการพิจารณาเคลม

ประกัน EV คุ้มครองเครื่องชาร์จ (Wallbox) ที่บ้านไหม?

กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (EV Specific) ของหลายบริษัท ให้ความคุ้มครองครอบคลุมไปถึงตัวเครื่องชาร์จ Wallbox สายชาร์จ รวมถึงความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกกรณีเกิดเหตุขัดข้องจากระบบชาร์จในบ้านพักอาศัยด้วย

รถไฟฟ้าต้องซื้อประกันเฉพาะหรือไม่?

ควรซื้อกรมธรรม์ที่ระบุว่าเป็นสำหรับ "รถยนต์ไฟฟ้า (EV)" โดยเฉพาะ เพราะจะมีเงื่อนไขความคุ้มครองที่ตรงกับความเสี่ยงของรถไฟฟ้ามากกว่ากรมธรรม์รถยนต์ทั่วไป

รถ EV มือสองทำประกันได้ไหม?

สามารถทำประกันชั้น 1 ได้ตามปกติครับ โดยบริษัทประกันจะประเมินทุนประกันจากมูลค่าตลาดของรถ EV มือสอง ณ ปีนั้นๆ และอาจมีการตรวจสภาพรถหรือประเมินสภาพแบตเตอรี่ประกอบการพิจารณา

รถ EV ยี่ห้อไหนเบี้ยประกันถูกที่สุด?

เบี้ยประกันไม่ได้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อเพียงอย่างเดียว แต่แบรนด์ที่มียอดขายสูง อะไหล่หาง่าย และมีเครือข่ายศูนย์ซ่อมครอบคลุม เช่น BYD, MG มักจะมีแพ็กเกจเบี้ยประกันจากหลายบริษัทให้เปรียบเทียบ ทำให้ผู้บริโภคสามารถหาเรทเบี้ยที่ถูกและคุ้มค่าได้ง่ายกว่า

เปรียบเทียบเบี้ยประกันรถไฟฟ้ายอดนิยม

รุ่นรถยนต์เบี้ยประกันชั้น 1 เริ่มต้น (บาท/ปี)
BYD Dolphin7,660
MG48,602
AION UT10,825

ประกันรถไฟฟ้าคุ้มครองอะไรบ้าง?

หลายคนอาจกังวลว่าการใช้รถ EV จะมีเงื่อนไขการเคลมที่ยุ่งยากกว่าปกติหรือไม่ แต่ในความเป็นจริง ประกันภัยชั้น 1 สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมและอุ่นใจไม่ต่างจากรถยนต์ทั่วไป โดยเน้นเพิ่มความคุ้มครองในส่วนของชิ้นส่วนเฉพาะทาง ดังนี้:

อุบัติเหตุบนท้องถนน

คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ทั้งกรณีชนรถ ชนสิ่งกีดขวาง (มีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี) รวมถึงครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล

ความเสียหายจากน้ำท่วม

คุ้มครองกรณีรถถูกน้ำท่วมขังจนระบบไฟฟ้าแรงดันสูงหรือแบตเตอรี่ได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ EV กังวลมากที่สุด

ไฟไหม้และลัดวงจร

ครอบคลุมเหตุไฟไหม้จากตัวรถ อุบัติเหตุ หรือแม้กระทั่งไฟไหม้ที่เกิดจากความผิดปกติของระบบชาร์จไฟ

รถยนต์สูญหาย

ชดเชยค่าเสียหายตามทุนประกัน หากรถยนต์ไฟฟ้าของคุณถูกโจรกรรม ปล้นทรัพย์ หรือสูญหาย

แบตเตอรี่จากอุบัติเหตุ

หากกระแทกใต้ท้องรถรุนแรงจนแบตเตอรี่พัง ประกันคุ้มครองการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่หรือเปลี่ยนชุดใหม่ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

มอเตอร์ไฟฟ้าและระบบขับเคลื่อน

คุ้มครองความเสียหายของมอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor) และอินเวอร์เตอร์ (Inverter) ที่เกิดจากอุบัติเหตุ

รถไฟฟ้ายี่ห้อไหนเบี้ยประกันถูกที่สุด?

ยี่ห้อรถยนต์ (Brand)เบี้ยประกันชั้น 1 เริ่มต้น (บาท/ปี)
MGเริ่มต้น 7,xxx
BYDเริ่มต้น 7,xxx
Geelyเริ่มต้น 8,xxx
AIONเริ่มต้น 8,xxx
Changanเริ่มต้น 9,711
Teslaเริ่มต้น xx,xxx

ทำไมประกันรถไฟฟ้าถึงแพงกว่ารถน้ำมัน?

สาเหตุหลักที่เบี้ยประกันรถ EV ราคาสูงกว่าเครื่องยนต์สันดาป คือ "ต้นทุนโครงสร้างชิ้นส่วน"โดยเฉพาะแบตเตอรี่แรงดันสูง (HV Battery) ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากว่า 30-50% ของราคารถทั้งคัน หากเกิดอุบัติเหตุจนแบตเตอรี่เสียหายรุนแรง การเปลี่ยนใหม่ทั้งโมดูลมีราคาสูงมาก

นอกจากนี้ รถ EV อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เซนเซอร์รอบคัน ระบบเรดาร์ และกล้องสำหรับระบบขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) ซึ่งชิ้นส่วนเหล่านี้เมื่อได้รับความเสียหาย จะต้องใช้อะไหล่แท้และการ Calibrate จากอู่ซ่อมเฉพาะทาง (EV Certified Body Shop) ที่มีช่างผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าแรงดันสูง ทำให้ค่าอะไหล่และค่าแรงมาตรฐานสูงกว่ารถน้ำมันทั่วไปนั่นเอง

HomeAll Brands